เทรดหุ้นจะ CUT LOSS ผิดกี่ครั้งก็ได้ แต่ไม่ CUT LOSS ไม่ได้

เทรดหุ้นจะ CUT LOSS ผิดกี่ครั้งก็ได้ แต่ไม่ CUT LOSS ไม่ได้


เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมมีโอกาสให้คำแนะนำนักลงทุนมือใหม่หรือนักลงทุนที่พอมีประสบการณ์มาบ้างแล้วแต่ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ประสบความสำเร็จในการเทรดหุ้นสักที ผมจะไม่พลาดที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการตัดขาดทุน (Cut Loss) เพราะผมเชื่อว่า Cut Loss เป็นท่าไม้ตายที่สำคัญ และจำเป็นที่สุดสำหรับนักลงทุนที่คิดอยากจะเทรดหุ้นด้วยแนวทางของการวิเคราะห์ทางเทคนิค ผมมีข้อสังเกตหนึ่งจากการพูดคุยกับนักลงทุนจำนวนมาก คือ มีประเด็นที่ทำให้นักลงทุนกังวลใจเกี่ยวกับการ Cut Loss เนื่องจากหลายครั้งที่หลังจากที่ลงมือ Cut Loss ไปแล้ว แต่ราคาหุ้นไม่ลงต่อ ทำให้รู้สึกเสียดายและเจ็บใจอย่างมาก เหมือนโดนหลอก (เสียเงินข้าไม่ว่าแต่เสียหน้าข้าไม่ยอม รู้งี้ไม่ตัดขาดทุนดีกว่า :P) จึงทำให้มีประสบการณ์ไม่ดีเกี่ยวกับ Cut Loss จนเกิดความคิดที่ว่าการ Cut Loss เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นในการเทรดหุ้น ถ้าใครได้มีโอกาสถามเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ว่าการ Cut Loss มีความสำคัญหรือไม่ในการเทรดหุ้น เชื่อได้เลยว่าเซียนหุ้นทุกคนจะพร้อมใจตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าการ Cut Loss เป็นสิ่งที่สำคัญ แถมยังจะบอกต่ออีกว่าใครที่อยากจะประสบความสำเร็จในการเทรดหุ้นต้องมีวินัยในการซื้อขาย ถ้าหลังจากที่ลงมือซื้อหุ้นไปแล้วราคาไม่เป็นไปตามที่วิเคราะห์ไว้ถึงจุด Cut Loss เมื่อไหร่ ไม่ต้องคิดมาก โยนซ้ายขายทิ้งทันที  ซึ่งใครไม่ทำแบบนี้มั่นใจได้เลยว่ายากที่จะอยู่รอดในตลาดหุ้นได้ในระยะยาว

Cut Loss ผิดแปลว่าตัดสินใจผิดใช่หรือไม่ ?

หลายครั้งที่นักลงทุนวิเคราะห์กราฟหุ้นก่อนลงมือซื้อขายอย่างดิบดี และวางแผน Cut Loss ในระดับราคาที่สมเหตุสมผล แต่ก็ยังต้องเจอกับเหตุการณ์ที่หลังจากตัดสินใจลงมือ Cut Loss ไปแล้วราคาหุ้นดันหวนกลับขึ้นมาให้เจ็บใจ ข้อสงสัยที่เป็นประเด็นคาใจนักลงทุนหลายคน คือ ถ้า Cut Loss แล้วราคาไม่ลงต่อแปลว่าเรายังวิเคราะห์กราฟราคาหุ้นไม่เก่งพอทำให้วิเคราะห์ผิดพลาด หรือตัดตัดสินใจผิดพลาดใช่หรือไม่ ? ผมบอกได้เลยครับว่า กรณีที่หลังจากที่ลงมือ Cut Loss ไปแล้วราคาไม่ลงต่อ ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาด
เทรดเดอร์ทุกคนต้องเคยลงมือ Cut Loss ผิดพลาดมาแล้วทั้งนั้น แต่ทุกคนมั่นใจว่า การลงมือ Cut Loss เมื่อราคาหุ้นถึงระดับที่วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นแล้วราคาหุ้นไม่ลงต่อ เป็นเพียงการลงมือ Cut Loss ครั้งหนึ่งที่ผิดพลาด แต่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งการลงมือตามแผนที่ได้วางมาอย่างดีแล้วผลที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามที่วิเคราะห์ไว้ เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในการเทรดหุ้น และไม่มีใครที่จะเลี่ยงเหตุการณ์แบบนี้ไปได้ ต้องยอมรับให้ได้ว่าราคาหุ้นในอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ทุกคนเข้าใจและยอมรับความจริงที่ว่าไม่มีใครรู้แน่นอนว่าอนาคตราคาหุ้นจะเป็นอย่างไรดังนั้นจึงทำให้ไม่มีเทรดเดอร์คนไหนที่คาดหวังว่าตัวเองจะต้องลงมือซื้อขายหุ้นแล้วได้ผลตามที่วิเคราะห์ไว้ทุกครั้ง บางทีก็ทำถูกบางทีก็ทำผิด ทำไม Cut Loss ผิดจึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาด แต่สิ่งเทรดเดอร์มีความที่มั่นใจ คือ…….ผลของการตัดสินใจซื้อขายหุ้นตามแบบแผนที่วางไว้อย่างต่อเนื่องหลาย ๆ ครั้งในระยะยาว ถึงแม้จะถูกบ้างผิดบ้าง แต่ผลรวมจากการกำไรและขาดทุนที่เกิดขึ้นออกมารวม ๆ แล้วเป็นกำไร เรื่องของการ Cut Loss ก็เช่นเดียวกัน เหตุการณ์หลังจากที่เรา Cut Loss หรือขายหุ้นทิ้งเพื่อตัดขาดทุนไปแล้ว มีโอกาสเกิดขึ้นได้ 2 ทางเสมอ คือ
1. เราลงมือได้ถูกต้อง หลังจาก Cut Loss ไปแล้วราคาปรับตัวลดลงต่อ หรือ
2. เราโดนตลาดหลอก หลังจาก Cut Loss ไปแล้วราคาเกิดหวนกลับมาปรับตัวสูงขึ้นให้เจ็บใจ
มีความจริงที่ต้องยอมรับให้ได้คือราคาหุ้นในอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน ไม่ว่าจะใช้แนวทางในการวิเคราะห์กราฟที่ซับซ้อนขนาดไหนก็ตาม หรือคนที่เก๋งเรื่องการวิเคราะห์กราฟมาก ๆ ก็ไม่มีใครฟันธงได้เหตุการณ์ไหนจะเกิดขึ้น 100% ไอเดียของการหาระดับราคาที่ใช้ Cut Loss จึงให้หลักการว่า ถ้าราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาถึงจุดนี้แล้ว มีความน่าจะเป็นน้อยที่ราคาจะหวนกลับคืนมาเป็นกำไรได้อีกครั้ง ในกระบวนการของการบริหารเงินลงทุน (Money Management) การวิเคราะห์กราฟเพื่อตัดสินใจ Cut Loss ไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักว่าหลังจาก Cut Loss ไปแล้วราคาหุ้นจะต้องลงต่อ แต่วัตถุประสงค์หลักของการ Cut Loss คือ การปกป้องเงินทุน ไม่เปิดโอกาสให้เงินทุนที่มีอยู่ขาดทุนมากเกินจนส่งผลเสียต่อการเทรดในระยะยาว ดังนั้น

“แม้ราคาไม่ได้ลงต่อหลังจากที่เรา Cut Loss ไปแล้ว ก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดพลาด”

ลองคิดตามดูนะครับ ถึงแม้ว่าเราจะ Cut Loss ผิดพลาดหลายครั้ง แต่การตัดสินใจ Cut Loss จะไม่มีทางทำให้เราเจ๊งเสียหายจนหมดตัว เปรียบเทียบกับการรักษาโรคก็เหมือนกับการยอมตัดเนื้อร้ายบางส่วนทิ้งเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ ยังไงก็ยังสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้  การ Cut Loss ก็เช่นเดียวกันถึงแม้จะ Cut Loss ผิดในครั้งนี้แต่นักลงทุนก็ยังเหลือเงินทุนเพื่อไปแก้ตัวในครั้งถัดไป  แต่ถ้าถึงจุด Cut Loss แล้วเราไม่ยอมตัดขาดทุน แต่ดันเป็นครั้งที่โชคร้าย หุ้นที่ซื้อไว้เป็นหุ้นเน่า ราคาหุ้นลดลงไปเรื่อย ๆ  และไม่ยอมหวนกลับขึ้นมาอีกเลย เราเจอเหตุการณ์แบบนี้เพียงแค่ครั้งเดียว ชีวิตการเทรดก็จบสิ้นทันที ไม่มีโอกาสกลับมาแก้ตัวอีกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อผลจากการตัดสินใจ Cut Loss ผิดหลายครั้ง แต่พอร์ทลงทุนก็ถึงกับเสียหายร้ายแรง แต่ถ้าไม่ยอม Cut Loss เพียงครั้งเดียวแต่ดันเป็นครั้งที่ตัดสินใจผิดพลาดทำให้พอร์ทเสียหายมาก เราจะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกเลย จึงเป็นที่มาว่า ทำให้ผมถึงยืนยันหนักแน่นว่า การเทรดหุ้นจะ Cut Loss ผิดกี่ครั้งก็ได้ แต่ถ้าถึงจุดที่ต้อง Cut Loss แล้ว จะไม่ Cut Loss ไม่ได้เด็ดขาด เพราะการเทรดหุ้นเป็นการเล่นเกมยาว ๆ ไม่ใช่เป็นผลจากการตัดสินใจเพียงครั้งหรือสองครั้งเมื่อเข้าใจความจริงที่ผมยกเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้ว แล้วผมเชื่อว่าจากนี้ไปนักลงทุนทุกคนน่าจะมั่นใจว่าการลงมือ Cut Loss ทุกครั้งตามแผนที่วางไว้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง แม้ว่าหลังจากที่ลงมือไปแล้วราคาหุ้นจะเป็นไปตามที่เราวิเคราะห์หรือไม่ก็ตาม
ที่มา https://www.finnomena.com

10 ข้อคิด ในการเทรดหุ้น

10 ข้อคิด ในการเทรดหุ้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ "เล่นหุ้นต้องใช้ใจ รวยได้ไม่รู้จบ" เลยขอเก็บตกเนื้อหาบางส่วนที่น่าสนใจมาฝากกันครับ
ขอเริ่มจาก กลยุทธ์ในการลงทุนที่เหมาะสมกับบรรยากาศเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน โดยจะขอแบ่งเป็น 4 สถานการณ์ ดังรูป เริ่มจากสถานการณ์แรก ที่คาดว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงขาขี้น ซึ่งโดยปกติเศรษฐกิจโลกจะมีระดับความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ ดังนั้น ตราสารการลงทุนที่เหมาะสม จึงมักจะมุ่งหาผลตอบแทนที่สูงๆ อาทิ หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ หุ้นกู้ภาคเอกชนและของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ในทางกลับกัน หากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงตกต่ำ การลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย อาทิ พันธบัตรรัฐบาลทั้งที่เป็นแบบจ่ายดอกเบี้ยคงที่และแบบผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงตามอัตราเงินเฟ้อ
สถานการณ์ที่สาม ได้แก่ เมื่อคาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วงขาขึ้น ตราสารการลงทุนที่เหมาะสม ได้แก่พันธบัตรรัฐบาลแบบผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงตามอัตราเงินเฟ้อ สินค้าโภคภัณฑ์ และหุ้นกู้ของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ท้ายสุด หากคาดว่าอัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วงขาลง หุ้นและหุ้นกู้แบบจ่ายดอกเบี้ยคงที่ จะเป็นการลงทุนที่มีความเหมาะสมที่สุด
ในส่วนของข้อคิดสำหรับการเทรดหุ้น ที่ต้องบอกว่าเป็นประสบการณ์ส่วนตัว 10 ประการ นั้น ดังนี้
1) ควรใช้เงินที่เย็นเล่นหุ้น หากเป็นเงินไม่เย็น เล่นไม่สนุก เพราะมีข้อจำกัด ถ้าเป็นกอล์ฟ ก็เสมือนมี Handicap ให้กับคู่ต่อสู้ ยิ่งถ้าเป็นมือใหม่แล้ว ยิ่งไปกันใหญ่
2) อย่าคีย์คำสั่งซื้อขายหุ้นค้างไว้ ตอนเที่ยงครึ่ง เพราะยิ่งถ้าเป็นดัชนีตลาดขาลง ราคาหุ้นอาจร่วงต่ำลงจนซื้อของแพงโดยใช่เหตุ ด้วยคำสั่งที่เราคีย์ไว้เป็นราคาสูงไปแล้ว จะยกเลิกไม่ทัน เพราะอาจจะไม่ได้อยู่ดูอีกทีตอนบ่ายสองโมงครึ่งที่ตลาดหุ้นเปิดอีกครั้ง ทำให้ซื้อแพงกว่าที่ควรจะเป็น
3) หากรู้สึกว่าใจร้อน อยากเทรดหุ้นมากๆ ให้รีบออกจากกิจกรรมการเล่นหุ้นก่อน เพราะการเล่นหุ้นที่จะประสบผลสำเร็จ ต้องการคนที่มองมากกว่าหนึ่งมุมและมีใจที่เป็นกลาง
4) หากเป็นหุ้นที่ได้รับการแนะนำจากคนรู้จัก หรือที่เรียกกันว่า หุ้นพรายกระซิบ จากประสบการณ์ส่วนตัว โดยส่วนใหญ่มักจะมีโอกาสขาดทุนมากกว่ากำไร นอกจากนี้ หุ้นที่ปิ๊งจากการสังเคราะห์และตกผลึกด้วยการอ่านและการพิจารณาไตร่ตรองด้วยตนเอง โดยส่วนใหญ่มักจะมีโอกาสกำไรมากกว่าขาดทุน
5) อย่าดูหน้าจอหุ้นบ่อยไป เนื่องจากจะหลงไปกับการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในระยะสั้น จนลืมภาพที่แท้จริงในระยะยาวของหุ้นดังกล่าว
6) ถ้าลงทุนหุ้นแล้วสนุกหรือพูดง่ายๆ ว่ามันมาก แสดงว่า มีแนวโน้มว่าจะเล่นแล้วจะไม่ได้กำไร เพราะการใช้อารมณ์ในการเทรดหุ้น มักจะมีอคติในการประเมินสถานการณ์ในขณะนั้น กล่าวโดยง่าย คือ
เล่นให้กำไร ต้องไม่สนุก เพราะมองเกมเสียจนทะลุปรุโปร่ง ทุกอย่างได้คาดการณ์เอาไว้เกือบหมดแล้ว ซึ่งตรงนี้ผมแนะนำให้ใช้แนวทาง Macro Investing
7) ถ้าเล่นได้กำไรบ่อยๆ เข้า จะเกิดความโลภแบบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งความโลภนั้น จะส่งผลเสียต่อการลงทุนอยู่ด้วยกันอยู่ 2 ประการ ได้แก่ ประการแรก ทำให้การวิเคราะห์ในขณะนั้นมีอคติ และ ประการที่สอง ทำให้กล้าเสี่ยงเกินกว่าที่ควรจะเป็น
8) ถ้าจะเล่นหุ้นแบบรอบเล็ก หรือ ระยะเวลา 1-3 เดือน โดยส่วนตัว ผมแนะนำแนวทาง Macro Investing เปรียบเทียบง่ายๆ ว่า ถ้าเล่นแบบสั้นๆ หาหุ้นที่ถูกและดียากกว่าการวิเคราะห์ข่าวแล้วเล่นหุ้นในรายอุตสาหกรรมหรือดัชนีต่างประเทศใดที่น่าสนใจ อาทิ จากต้นปีจนถึงปัจจุบัน ดัชนีหุ้นสหรัฐขึ้นไปประมาณร้อยละ 18 แล้ว ซึ่งผมเขียนไว้ในหนังสือเล่มล่าสุด ลงลึกไปถึงว่าควรซื้อกองไหน ในเวลาใดด้วย
9) บทบาทการวิเคราะห์เทคนิค (Technical Analysis) สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้ แต่ควรใช้ได้เพียงในขณะเวลาที่วิเคราะห์อยู่เพียงเท่านั้น เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนเร็วมาก
10) โดยส่วนตัว ผมเห็นว่าการเทรดหุ้นโดยใช้ iPad มักจะได้กำไรมากกว่า iPhone เนื่องจาก หนึ่ง ก่อนเทรดจะเห็นข้อมูลในขณะนั้นที่มากกว่าเนื่องจากมีหน้าจอที่แสดงข้อมูลได้กว้างกว่า สอง ทำให้การตัดสินใจเทรดช้าหรือชะลอลงเล็กน้อย เนื่องจากจะมีสโต๊คการคีย์คำสั่งที่ยาวกว่าเล็กน้อย สาม ความผิดพลาดในการคีย์คำสั่งน้อยกว่า และสี่ จะเห็นกราฟต่างๆ ของหุ้นได้มากกว่า ทำให้มีแนวโน้มจะระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในการตัดสินใจเทรดครับ
ที่มา http://www.bangkokbiznews.com

9 กฎเหล็ก วอร์เรน บัฟเฟต (Warren Buffett) รบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง!

9 กฎเหล็ก วอร์เรน บัฟเฟต (Warren 


Buffett) รบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง!



ใครที่สนใจเล่นหุ้น คงเคยได้ยินชื่อเสียง Warren Buffett นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ชาวมะกัน วัย 83ปี คุณป๋า ร่ำรวยจากการลงทุนในตลาดหุ้น จนอู้ฟู่ เป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจ Berkshire Hathaway สร้างกำไรมหาศาลถึง 513.055% ตั้งแต่ปี 1,964 - 2,011

แม้จะขึ้นหิ้ง เป็นมหาเศรษฐี No.3 ของโลก ครองสินทรัพย์ 53,500ล้าน $ สหรัฐฯ แต่ๆๆ คุณป๋า ก็ยังใช้ชีวิตสมถะสุดๆ ชีวิตนี้ ไม่มีมือถือ ไม่สนComputer ไม่พก บัตร Credit ปัจจุบัน ยังอยู่บ้านหลังเดิม ที่เป็นเรือนหอ ขนาด 3ห้องนอน กลางเมืองOmaha รัฐ Nebraska ชอบทานสเต๊ก ร้านเล็กๆ เจ้าประจำ ขับรถไปทำงานเอง ทุกๆ วัน

เซียนหุ้นระดับตำนานโลก เปรียบ Style การลงทุนของตนเอง แว่... เหมือนสิงโต ซุ่มในพงหญ้า รอตะครุบเหยื่อที่เข้ามาใกล้ กรงเล็บ! ทรรศนะนี้ สะท้อนถึง Style การลงทุนที่อดทน มุ่งเน้นการสร้างผลกำไร ระดับน่าพอใจ โดยไม่เสี่ยงมากนัก ขณะเดียวกัน ก็ให้น้ำหนักกับ พื้นฐาน มูลค่าหุ้นแท้จริง ถือเป็นต้นแบบการลงทุน แนวเน้นคุณค่า หรือ... " V I "

ในยามที่ ตลาดหุ้นไทยดิ่งเหวลึก เพราะ ถูกฝรั่งเทขาย จน เลือดไหล... " ไม่หยุด " ขอซับน้ำตาแมลงเม่าปีกหัก นลท. ทุกสายพันธุ์ ด้วย 9กฎเหล็กการลงทุนในตลาดหุ้นของคุณป๋า Warren Buffett ถ้าเดินตามรอยนี้รับรองว่า... รบ 100ครั้ง ก็ชนะ... 100ครั้ง!

1) กฎข้อแรก อย่าปล่อยให้เงินต้นสูญ... " เด็ดขาด "
ฟังดูเหมือนง่าย แต่ ทำ... ยากส์ เพราะ ถ้าซื้อขายหุ้นผิดจังหวะ ก็มีแต่ขาดทุน กระนั้น คุณป๋าฯ เชื่อมั่นในการซื้อหุ้น แบบเน้นคุณค่า ไม่ได้ซื้อเพราะ ราคาหุ้น ด้วยเหตุนี้ จึงเลือกซื้อหุ้นดีในราคาเหมาะสม ไม่ซื้อเพื่อเก็งกำไร เด็ด... ขวด!

2) กฎข้อที่2 อดทน <<>> ทนอด 
การเล่นหุ้น ต้องอาศัยความอดทนสูง ความมีวินัย คุณป๋าฯ จะไม่มีวันซื้อไล่ราคา เพื่อให้ได้ครองหุ้นในฝัน แต่จะนั่ง รอๆๆ คอยด้วยความอดทนจนกว่า จะถึงเวลาเหมาะสม ค่อยลุยทีเดียว โดยไม่สนโอกาส ทำกำไร ระยะสั้นๆ

3) กฎข้อที่3 อย่าลงทุนในธุรกิจ ที่ไม่เข้าใจ
ประเภททำธุรกิจอะไรยังไม่รู้ ห้ามยุ่ง! เด็ด... ขวด! คุณไม่มีทางเชื่อมั่น ในสิ่งที่ไม่เข้าใจลึกซึ้ง ความเชื่อมั่น รู้จริงนี่เอง จะช่วยให้ซื้อหุ้นถูกตัว ในเวลาเหมาะสม *

4) กฎข้อที่4 เป็นเรื่องดีกว่ามาก ถ้าจะซื้อหุ้นบริษัทยอดเยี่ยม ในราคาปานกลาง
เมื่อเทียบกับการซื้อหุ้นบริษัทปานกลาง ในราคาน่าพอใจ ; ราคาหุ้น มักเคลื่อนไหวตามอารมณ์นักลงทุน ไม่ใช่ดัชนีบ่งชี้คุณค่าแท้จริงของหุ้น ไม่ว่าตลาดหุ้นจะขึ้นหรือลงก็ช่าง ให้ Focus ที่คุณค่าพื้นฐานของหุ้น

5) กฎข้อที่5 เลือกซื้อเฉพาะ หุ้นที่คุณพอใจจะถือยาว หากตลาดหุ้นต้องปิด 10ปี
กฎข้อนี้ ทำให้ได้หุ้นคุณภาพ มี Trend แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยไม่ต้องคำนึงถึงราคาหุ้น

6) กฎข้อที่6 รักเดียวใจเดียว
คุณป๋าฯ ซื้อหุ้นตัวไหน จะเก็บเข้า Port ยาว ซื้อเมื่อมีจังหวะ

7) กฎข้อที่7 เป็นเรื่องฉลาด ที่จะคลุกคลีกับ คนเก่งกว่าเรา
สะท้อนให้เห็นถึงความถ่อมเนื้อถ่อมตน ของคุณป๋า การจะเล่นหุ้นให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้ว ที่พร้อมรับสิ่งใหม่ๆ เสมอ! *

8) กฎข้อที่8 เราควรกลัว ในยามที่คนอื่นโลภ ควร ละโมภ (โลภ) ในยามที่คนอื่นกลัว!
ตลาดหุ้น เต็มไปด้วยความหวัง ความโลภ ความกลัว ซึ่งเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางราคาหุ้น ในยามที่นักลงทุน หวาดกลัว คุณป๋าฯ เข้าซื้อบริษัทชั้นยอด ในราคาถูก ซึ่งผ่านการศึกษาข้อมูล มา... Sure จนไม่หวั่นไหวกับ ราคาที่แกว่งตัว

9) กฎข้อที่9 นักลงทุน ที่ประสบความสำเร็จ ต้องใช้สมอง ผสม... " วินัยทางอารมณ์ "
การใช้สมอง มาจากการทำการบ้าน อย่าง... หนักส์ เพื่อศึกษาข้อมูลต่างๆ ของหุ้น ขณะที่ วินัยทางอารมณ์ หมายถึง ความสามารถในการรอจังหวะซื้อ ในราคาเหมาะสม คุณๆ ไม่ควรซื้อไล่ราคา ในภาวะตลาดกระทิง ไม่ควรหวาดกลัวในภาวะตลาดหมี ลองฝึกควบคุมอารมณ์ เพื่อพัฒนาฝีมือการลงทุนไปอีกขั้น


ที่มา https://piggyman007.blogspot.com

บทความที่ได้รับความนิยม