แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หัดเล่นหุ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หัดเล่นหุ้น แสดงบทความทั้งหมด

K-Cyber Trade App เล่นหุ้นออนไลน์บน iPad

K-Cyber Trade App เล่นหุ้นออนไลน์บน iPad


1. เมนู K-Cyber Trade 

        เป็นเมนูที่รวบรวมบริการต่างๆ ของทาง บมจ.หลักทรัพย์กสิกรไทย ไว้ให้เลือกใช้งาน ได้แก่ KS-Research, Technical Chart and News, KS E-Form และ KS Privileges

2. เมนู KS-Research

        อ่านบทวิเคราะห์ที่ช่วยให้ท่านสามารถวิเคราะห์ตัดสินใจในการลงทุนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยในเมนู KS-Research จะประกอบไปด้วย
– Research สำหรับการอ่านบทวิเคราะห์จากนักวิเคราะห์ของทาง บมจ.หลักทรัพย์กสิกรไทย
– Morning Talk สำหรับรับฟังบทวิเคราห์จากนักวิเคราะห์ของทาง บมจ.หลักทรัพย์กสิกรไทย
– Video เพื่อรับชมวิดีโอรายการคู่หูนักลงทุนย้อนหลัง
– KS Valuation เพื่อดูมูลค่าพื้นฐานของหุ้นแต่ละตัว

3. เมนู Technical Chart and News

        แสดงกราฟทางเทคนิค และอัพเดทข่าวหุ้นแบบเรียลไทม์ ซึ่งให้คุณไม่พลาดทุกจังหวะการลงทุน
– Chart Comparison สามารถเปรียบเทียบ Chart ระหว่าง Symbol และแสดงแนวโน้มเปรียบเทียบได้ภายในหน้าแสดงผลเดียวกัน
– Sync News to Chart ภายในข่าวที่มีชื่อหุ้น สามารถกดที่ชื่อหุ้นที่เกี่ยวข้องในแต่ละข่าว เพื่อแสดงผล Chart ได้ทันที
– Overlays สามารถเลือกได้ 4 ตัว โดยแนะนำ Price Cross MAV ช่วยวิเคราะห์จุดตัดเชิงราคา เพื่อแสดงจุดซื้อ-ขายที่เหมาะสม ผ่านสัญญาณ Moving Average 
– Indicators สามารถเลือกได้ 4 ตัว ได้แก่ Volume, MACD, RSI, และ ADX

4. KS E-Form

        สามารถทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว โดยมี 7 เมนู ดังนี้ 
– โอนเงินฝากหลักประกันแบบเรียลไทม์ด้วยบริการ E-Payment, 
– ฝากหลักประกันโดยหักบัญชี เอทีเอส 
– แจ้งข้อมูลการโอนเงิน 
– ถอนเงิน
– แจ้งการเปลี่ยนแปลงการชำระราคา
– แจ้งโอนหลักทรัพย์ระหว่างบัญชี 
– โอนเงินระหว่างพอร์ตการลงทุน

5. เมนู KS Privileges 

        แสดงสิทธิประโยชน์ต่างๆ พิเศษเฉพาะลูกค้าหลักทรัพย์กสิกรไทย เช่น 
– โปรโมชั่นต่างๆ 
– KS Amazing Point 
– กิจกรรมอมรบ, สัมมนา

ขั้นตอนการดาวน์โหลดและอัพเดทโปรแกรม K-Cyber Trade on iPad มีดังนี้
1. เข้าไปทำการดาวโหลด Application ผ่าน App Store บน iPad
2. กดค้นหา (Search) ด้วยคำว่า “kcybertrade”
3. เลือก Application K-Cyber Trade
4. ทำการ ดาวโหลด Application K-Cyber Trade
วิธีการเข้าใช้งาน application K-Cyber Trade
– Login เข้าสู่ application K-Cyber Trade ผ่าน iPad
– เข้าสู่หน้าหลัก K-Cyber Trade
– เลือกเมนูต่างๆที่ต้องการใช้งาน
หมายเหตุ
1. สำหรับลูกค้าที่ใช้งานผ่าน Application Streaming Pro เวอร์ชั่น 2.4.2 สามารถเข้าไปใช้งานเมนูต่างๆบน K-Cyber Trade ได้เช่นกัน
2. การใช้งาน Appliction K-Cyber Trade on iPadและ Streaming Pro เวอร์ชั่น 2.5 จะมีต้องใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 5.0 ขึ้นไป
ที่มา http://www.เล่นหุ้นออนไลน์.com

แนะนำในการเริ่มต้นเล่นหุ้น Forex

คำถามมาอันดับแรกคือ เราจะเล่นอย่างไร จะเริ่มต้นอย่างไร แล้วต้องลงทุนมากขนาดใหน แล้วผลกำไรเป็นอย่างไร ไม่มีพื้นฐานเลยจะเล่นได้ไหม หากคุณสงสัยไม่ลงมือทำคุณอีกนานกว่าคุณจะรู้ หรือไม่มีมีโอกาสได้รู้เลย

คำถามมาอันดับแรกคือ เราจะเล่นอย่างไร จะเริ่มต้นอย่างไร แล้วต้องลงทุนมากขนาดใหน แล้วผลกำไรเป็นอย่างไร ไม่มีพื้นฐานเลยจะเล่นได้ไหม หากคุณสงสัยไม่ลงมือทำคุณอีกนานกว่าคุณจะรู้ หรือไม่มีมีโอกาสได้รู้เลย

ข้อดีของการเล่น FOREX

  • มีพอร์ทจำลอง DEMO ให้คุณทดลองเทรด มีเงินทุนให้นักลงทุนซ้อมเทรด 100,000 $ Leverage 1:2000 โดยแค่กรอกชื่อ-นามสกุล และ email เท่านั้นคุณก็สามารถ Downlond พอร์ท Demo มาซ้อมได้แล้ว เปิดพอร์ท Demo ใช้เงินปลอมคุณจะใช้เวลาทดลองเทรด กี่เดือน กี่ปี ก็ย่อมได้จนกว่าคุณจะเข้าใจ forex หมั่นฝกฝน หาความรู้ตามเว็บต่าง ๆ หาเทคนิคที่คุณชอบเทรดทีไรก็ได้ไว้เป็นอาวุธของคุณ หรือถามคนที่รู้ ที่มีประสบการณ์ในการเทรด forex
  • เงินทุนในการเริ่มต้น 1 - 10 $ และคุณไม่เคยเทรดเงินจริง ห้ามลงทุนเกิน 10 $ ถึงแม้ว่าคุณจะเทรด DEMO ชำนาญแล้ว ที่บอกแบบนี้เพราะเป็นห่วง
  • อารมณ์และความรู้สึกในการเทรดเงินจริงแตกต่างกับเงินปลอมโดยสิ้นเชิง คุณยังควบคุมอารณ์ไม่ได้ห้ามยังไม่สมควรลงทุนมากเพราะจะทำให้เงินในพอร์ทคุณเสียหายได
  • การโอนเงินเข้าพอร์ทง่ายและเร็ว โดยฝากเงิน ถอนเงิน ผ่าน E-currency , Internet Banking, 7-11 และอื่น ๆ อีกมากมาย หรือช่องทางอื่นก็ได้
  • การโอนเงินกลับก็ง่ายและรวดเร็วเช่นกันบางโบรกเกอร์ใช้เวลาไม่ถึงนาทีเงินก็กลับมาเข้าบัญชีคุณแล้ว หากให้แนะนำก็มี EXNESS ที่โอนเงินได้ทันใจ คุณโอนกลับมาใช้ทุกวันก็ได้ ส่วนโบรกอื่นก็อาจภายใน 24 -48 ช.ม. แต่อย่างไงก็ได้เงินหากคุณต้องการถอน

ข้อเสีย ส่วนใหญ่เกิดจากตัวคุณเอง

  • การควบคุมอารมณ์ในการเทรดไม่ได้ เช่นเห็นมันไม่ไปทิศทางที่เราต้องการเกิดความกลัว รีบตัดขาย สรุปมันมาที่เดิม และให้กำไรคุณด้วยเกิดความเสียดาย
  • เห็นมันกำลังฝันผวน กลัวไม่ได้เงินรีบเข้าซื้อโดยลืมไปว่ามันผันผวนอยู่นะต้องดูทิศทางให้ดีก่อน ไม่งั้นก็โดนอีกรอบสอง
  • มีวินัยต่อตนเอง ตั้งกฏของตัวเองจากประสบการณ์ที่เราเคยเทรด เรามีข้อบกพร่องตรงไหน เราเคยเสียอย่างไร เขียนไว้เป็นกฏของตนเอง แล้วปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

การจะเริ่มต้นเทรดนั้นก็คงมาจาก

  • คุณหาพอร์ทจำลองของโบรกใหนก็ได้ มาทดสอบ ไปเรือย ๆ อย่าใจร้อน ผมให้คุณทดลองเทรดควรใช้เวลา 3 เดือน ถึง 1 ปีหรืออาจมากกว่านี้
  • เมื่อคุณเริ่มชำนาญแล้วให้คุณเปิดพอร์ทจริง เป็นบัญชี MINI หรือบัญชีเซนต์การลงทุนไม่ควรเกิน 10 $ หากพอร์ทเกิดความเสียหาย ให้คุณเริ่มต้นใหม่ในบัญชีเดิม จนกว่าพอร์ทคุณจะคงที่ ผลงานการเทรดเริ่มทรงตัว ไม่ได้แต่ก็ไม่เสีย มันเป็นสัญญาณที่ดี คุณอาจใช้เวลาเป็นปีกว่าจะถึงขั้นนี้
  • เมื่อคุณมั่นใจมากขึ้นคุณก็ลงทุนมากขึ้น แต่ก็ต้องระวังมากขึ้น
  • อย่ากลัว อย่าใจร้อน "เย็นสุขุมและรอบครอบมันเป็นหัวใจของการเทรด"
  • รู้จักตัดขาดทุนเมื่อคุณซื้อผิดทางอย่าเสียดายไม่ยอมปล่อยขายทิ้งมันทำให้คุณหมดได้สู้ตัดขาดทุนเหลือทุนไว้แก้คืนจะดีกว่าครับ
  • คุณรักษาทุนในพอร์ทไว้ได้นานที่สุดนั่นแหละคนเก่ง ส่วนกำไรนะคิดทีหลังทุนในพอร์ทคุณเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด
  • อย่าท้อห้ามถอยขอให้คุณสู้ต่อไปเลื่อย ๆ ก็ลงทุนให้น้อยลงหรือกลับไปเล่นบัญชีเซนต์ใหม่เพื่อเรียกความมั่นใจของคุณหากเกิดความเสียหายครับ
  • ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของคุณหรอกครับผมเชื่ออย่างนั้น

กลยุทธและการลงทุน

1.ยอมรับความจริงให้ได้หากเกิดการสูญเสียเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเริ่มต้นเทรดควรจะตระหนักว่าไม่มีใครไม่เคยมีการสูญเสียในตลาดสกุลเงินกฎพื้นฐานก็คือการรักษากำไรให้ได้ และขาดทุนน้อยที่สุด นักเทรดที่เก่งไม่ได้หมายความว่าคุณเทรดได้มากได้เงินจำนวนมาก แต่นักเทรดที่คือคุณสามารถรักษาเงินทุนของคุณได้ยาวนานที่สุดไม่ใช่เมื่อลงทุนไปแล้วท้อถอยไม่สู้ทำใจไม่ได้เมื่อเกิดการสูญเสียแล้วเลิกเทรดไปเลยเสียดายความรู้และประสบการณ์ที่คนอื่นไม่มีโอกาส
2.การเข้าซื้อนั้นต้องมีความคิดอย่างรอบคอบทุกครั้งอย่าใจเร็วก่อนที่คุณจะเริ่มต้น การซื้อขาย,คุณควรจะกำหนดปริมาณเงินของคุณเองที่จะสูญเสียเท่าไร (stoploss)และสิ่งที่คุณคาดหวังกำไร(take profit)เท่าไร และควรมีเป้าหมายอย่างชัดเจน
3.อย่ากลัวความไม่แน่นอนของตลาดเงินตรานักเทรดจำนวนมากกลัวความไม่แน่นอนและความเสี่ยงของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ผู้ที่สามารถเอาชนะใจตัวเองได้ รางวัลคือเงินเพิ่มขึ้นในพอร์ทของคุณ
4.ความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของคุณเชื่อมั่นตัวคุณเองอย่าเชื่อคนอื่น เมื่อคุณกำหนดแผนของการลงทุนไว้แล้ว ควรปฏิบัติตามแผนนั้นอย่าเคร่งครัด เมื่อกำไรหรือขาดทุน คุณก็ควรทำใจให้เป็นกลางอย่าดีใจหรืออย่าเสียใจ ถ้าอารมณ์คุณผิดปกติเมื่อคุณจะตัดสินใจซื้อครั้ง ต่อไปและจะเกิดการผิดพลาดได้ควรหยุดเล่นไปก่อน
5.อย่าให้ความโลภใช้เวลามากกว่าเมื่อเริ่มซื้อประสบความสำเร็จมีกำไรคุณตามเป้าหมายแล้ว อย่าเด็ดขาดอย่าคิดว่ามันน่าจะไปอีกให้รีบขายเอากำไรทันที
6. อย่าคิดว่าขออีกหน่อย นั่นเป็นหายนะของคุณ เพราะคุณไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเอง ไม่มีวินัยต่อตนเอง จริงแล้วผมเองก็เป็นประจำขออีกนิดนะ ในที่สุดติดลบจนได้ นั่งเสียดายทีหลังรู้อย่านี้ขายเอากำไรไปก่อนสะก็ดี555!เจ็บตัวอีกแล้ว
7.หากวันนั้นเริ่มต้นไม่ดีให้ถอยออกมาทันทีหรือไม่ก็หยุดเล่นวันนั้นไปเลยไม่ควรคิดเอาคืนทันทีไม่เช่นนั้นอารมณ์ขาดการควบคุม พาลจะเสียต่อได้
8.อารมณ์สาเหตุของการสูญเสียมักจะตั้งอยู่ใน ประมาทมากเกินไปปิดอารมณ์ ในระหว่างการ ซื้อขายในการแผนของคุณและอย่าลืมที่จะกำหนดคำสั่งstoplossเพื่อหยุดการสูญเสียและต้องทำใจให้ได้อย่าปล่อยไปโดยไม่รู้ทิศทางว่าจะกลับมาที่เดิมเมื่อไหร่มันน่ากลัวตัดขาดทุนแล้วเริ่มต้นใหม่โอกาสเอาคืนนั้นมีทั้งวัน
9.แนวโน้มเพื่อนของคุณอย่าเชื่อเพื่อน เอาตัวคุณเป็นที่ตั้งได้ก็ตัวเราเสียก็ตัวเรา
10.เทรดหลายครั้งชนะติดต่อกันเกิดความมั่นใจมาขึ้น ก็เลยเพิ่ม เงิน มากขึ้นตามลำดับแต่พอตลาดเปลี่ยนทิศทางกลับกลายเป็นกำไรที่ได้มาหมดไปในพริบตาแถมยังขาดทุนเข้ามาแทน ที่ก็เลยลดเงินทุนน้อยลงเพราะขาดความมั่นใจและเกิดความกลัวเมื่อตลาดถูกทิศทางก็เลยได้คืนน้อยได้ไม่คุ้มเสียทำให้พอร์ทเสียหายเหตุเกิดจากไม่มีวินัยในตัวเองและไม่ควบคุมอารมณ์ตัวเราเอง

ที่มา http://www.onlinemoneythai.com/

เส้นทางนักเล่นหุ้น วัยรุ่นเงินล้าน

เส้นทางนักเล่นหุ้น วัยรุ่นเงินล้าน



 สาวน้อยเล่นหุ้น ยุ้ย-พรพิมล รัตนประไพ นักเก็งกำไรมืออาชีพซึ่งมียอดตัวเลขรายได้จากการเล่นหุ้นถึง 7 หลักต่อเดือน และมีดีกรีเป็นถึงระดับอาจารย์ในวัยเพียงแค่ 26 ปีเท่านั้น เงินล้านจึงหาได้ไม่ยากนักสำหรับเธอที่ทุ่มเทตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เธอรู้แล้วว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนจากประสบการณ์ที่ได้ในตลาดหุ้น              เส้นทางนักเล่นหุ้นเริ่มต้นตั้งแต่เธออายุ 23 ปี หลังจากเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และได้ทำงานอยู่ที่สถาบันการเงินแห่งหนึ่ง เธอเป็นพนักงานแบงก์ได้ประมาณ 8 เดือน จึงลาออกมาเทรดหุ้น และตอนนี้ก็ยังเทรดหุ้นเรื่อยมา โดยไม่ได้ทำงานประจำอีกเลย...       

       คิดแบบคนรวย

       “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” คำกล่าวนี้ฝังอยู่ในหัวของนักเล่นหุ้น และเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนมืออาชีพสร้างเส้นทางรวยด้วยวิธีคิดนี้ เช่นเดียวกับสาวนักเล่นหุ้นที่ค้นหาความฝันบนถนนสายนี้เช่นกัน
       
       “ตั้งแต่เด็กเรามีความฝันอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ก็มานั่งคิดว่านักธุรกิจอะไรหนอที่ไม่ต้องเจอกับคนเยอะๆ เพราะไม่ชอบเจอคนเยอะ ชอบเรียนรู้และอยู่ในโลกของตัวเอง จึงนั่งคิดมาตลอดว่าจะมีธุรกิจอะไร จนคิดได้ว่ามีการลงทุนวิธีหนึ่ง คือการเล่นหุ้น”
       “การเล่นหุ้น คือการทำธุรกิจแบบหนึ่งโดยที่ไม่ต้องใช้คนเยอะ เราควบคุมตัวเราคนเดียวได้ ปกติถ้าเราทำธุรกิจทั่วไป จะต้องมีลูกน้อง เจ้านาย มีพนักงานในบริษัทซึ่งต้องดูแลคนมากมาย แต่คนเทรดหุ้นหรือคนที่ลงทุนในตลาดหุ้นฉลาดกว่านั้น เราแค่ดูบริษัทไหนมีการบริหารงานดี น่าสนใจ เราก็ไปลงทุน อันนี้เขาเรียกว่านักธุรกิจที่ไม่ต้องใช้คนเยอะ เป็นการมองภาพรวมของแต่ละบริษัทแล้วลงทุนโดยไม่มีภาระทางจิตใจผูกพัน”
       แม้ว่าเธอจะเข้ามาเป็นพนักงานแบงก์ไทยพาณิชย์ ทำให้ได้ใกล้ชิดกับเรื่องเงิน แต่เธอไม่ได้มีหน้าที่หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ที่จะนำไปลงทุนเลย ถึงอย่างไรแล้วการเข้ามาทำงานแบงก์ก็เป็นลู่ทางให้เธอเป็นนักเทรดหุ้นมืออาชีพอย่างเช่นทุกวันนี้
       “ถ้าวันนี้เราอยากสร้างความมั่งคั่งอะไรก็ตาม มันคงหนีไม่พ้นเรื่องเงิน แล้วเราอยากเข้าไปคลุกคลีเกี่ยวกับวงการทางการเงินเพื่อหาช่องทางที่จะไปต่อว่าอะไรที่จะไปต่อยอดในสิ่งที่เราต้องการได้ โอเค...เรารู้อยู่แล้วว่าอยากทำธุรกิจ รู้อยู่แล้วว่าอยากเล่นหุ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร เมื่ออยากเริ่มต้นจึงต้องเข้าไปคลุกคลีในสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อจะซับข้อมูล”
       

       รายได้ 7 หลักต่อเดือน

       ตลอดระยะเวลา 3 ปีกว่า เธอทุ่มเทกับการลงทุนในตลาดหุ้นมาตลอด เมื่อถามว่าโดยส่วนตัวคิดว่าตอนนี้ประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้นถึงระดับไหนแล้ว เธอตอบกลับมาด้วยคำคมว่า “ความสำเร็จมันขึ้นอยู่กับความสุขของแต่ละคน ถ้าเทียบของยุ้ย คงเป็นระดับปานกลางมั้งค่ะ ถ้ารายได้จากการเทรด 7 หลักต่อเดือน ก็ถือว่าระดับปานกลาง (โอ้โฮ!) แต่ถ้าระดับสูงจะเป็น 8 หลักต่อเดือน แต่ของยุ้ยยังเป็น 7 หลักอยู่ เดี๋ยวรอก่อน เร็วๆ นี้ (หัวเราะ)”
       ไม่ผิดถ้านักเก็งกำไร เดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ย่อมสร้างรายได้อย่างมหาศาล ถึงขนาดคิดกำไรเป็นวินาทีเลยทีเดียวในขณะที่ได้กำไรมากที่สุด แต่สาวน้อยนักเก็งกำไรของเราก็สร้างรายได้ไม่เบาแม้ว่าจะไม่ใช่รายวินาทีแบบขั้นเทพ แต่ก็รายนาทีเชียวล่ะ ใครหารายได้เร็วเท่านี้บ้างยกมือขึ้น 
       “ยุ้ยเคยทำกำไรได้มากที่สุดเป็นหลักแสนรายนาที ตอนแรกที่ทำได้ รู้สึก...เฮ้ย! เราทำได้ด้วยว่ะ เพราะตอนแรกทุกคนบอกว่า คนที่ทำได้ต้องขั้นเทพ แต่ถ้าคุณจับแพตเทิร์นของหุ้นเป็น ของตลาดเป็นก็จะมีโอกาสทำกำไรได้เหมือนกัน” 
       ปัจจุบันนอกจากเธอจะเป็นนักเทรดหุ้นมืออาชีพแล้วยังเป็นอาจารย์ช่วยสอนหลักสูตรพ่อมดการเงินที่ บริษัท ดิสติงชั่น จำกัด อีกด้วย
       

       หลักสูตรพ่อมดการเงิน

       ยุ้ยเป็นหนึ่งในสองคนที่เริ่มก่อตั้งสถาบันหลักสูตรพ่อมดการเงิน เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่สนใจหารายได้จากการเล่นหุ้นเหมือนกันกับเธอ และอีกหนึ่งผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักคือ อาจารย์ธนาธร ชูชาติพงษ์ 
       “ตอนแรกเรามาเทรดหุ้นกันเองจนอยู่ดีมีสุข แล้วมีเพื่อนๆ บอกว่าทำไมพวกแกอยู่แต่ในบ้านกัน แล้วชีวิตดูมีความสุขอย่างนี้ ใช้ชีวิตแบบสบายมาก ไม่ต้องวิตกกังวลเหมือนคนอื่นเขาก็เลยถามว่าเราทำอะไร อ่อ... เราเทรดหุ้นนะ จึงจุดประกายขึ้นมาว่ามันไม่มีโรงเรียนไหนสอนเล่นหุ้นเลย”
       “คนที่สนใจอยากเล่นหุ้นมีเยอะนะ แต่ว่าวันนี้ไม่มีใครอยากลองผิดแล้ว อยากลองถูกแล้วลุยเลย คนที่เข้ามาเรียน 80% เป็นคนที่ไม่มีความรู้เรื่องหุ้น แล้วถ้าไปเทรดหุ้นโดยไม่มีความรู้จะเกิดอะไรขึ้น จึงอยากให้คนรู้เรื่องการลงทุนแบบพ่อมด แบบมืออาชีพ ทำยังไงถึงทำกำไรได้ง่ายที่สุด เร็วที่สุด ปลอดภัยที่สุด และมีความเสี่ยงต่ำที่สุด” สิ่งเหล่านี้เธอเชื่อว่าในมหาวิทยาลัย หรือระบบการศึกษาที่ไหนก็ไม่มีสอน
       นักเรียนทุกคนต้องผ่านระบบการเรียน การติวและการสอบ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ผลลัพธ์ที่ได้คือสามารถหาเงินได้ตลอดทั้งชีวิต สำหรับหน้าที่ของอาจารย์ คือทำอย่างไรให้นักเรียนทำกำไรได้ ส่วนหน้าที่ของนักเรียน คือทำอย่างไรให้ได้เป้าหมายตามที่ตัวเองต้องการ
       “นักเรียนที่นี่เป็นแม่ค้าขายเนื้ออยู่ที่ตลาดก็มี รปภ.จบ ป.4ยังมีเลย ส่วนคนที่มีการศึกษาหน่อยมีตั้งแต่ ป.ตรีจนถึงด็อกเตอร์ นักเรียนที่มาเรียนอายุน้อยสุด 12 ปีนะ อายุมากสุดประมาณ 65 ปีได้ ทุกคนสามารถทำได้หมด อย่างเด็ก ม.1 ที่อายุน้อยสุด ตอนนี้ก็สามารถหาเงินเองได้แล้ว”
       

       สิ่งสำคัญที่นักเล่นหุ้นต้องมี

       “เงินไม่ใช่ปัจจัยหลักในตลาดหุ้น ความรู้ต่างหากที่ต้องมี” ถ้าวันนี้ตั้งใจจะลงทุน ควรสำรวจตัวเองก่อนว่าคุณมีความรู้เกี่ยวกับหุ้นมากพอหรือยัง เราต้องหาความรู้ก่อนเมื่อไม่มีความรู้ จึงไม่สมควรที่จะลงทุน 
       อาจารย์ยุ้ยพูดถึงหนังสือเล่มโปรดที่เธอชอบเป็นพิเศษ ชื่อว่า “เงินสี่ด้าน” ของ โรเบิร์ต คิโยซากิ เขาบอกว่า “สิ่งที่คนชอบมากที่สุด คือการเป็นนักลงทุน ใช้เงินทำงานแทน แต่ทุกคนจะถูกหลอกเสมอว่าคุณต้องเป็นพนักงานประจำก่อน แล้วค่อยเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่ ทุกอย่างมัน
       เริ่มต้นได้ที่การลงทุน โดยการใช้เงินไปต่อเงิน ทุกคนอาจคิดว่าต้องรอมีเงินมากๆ ไม่ว่าคุณจะมีเงินหลักพัน หลักแสน หลักล้านไม่ได้สำคัญ สำคัญที่คุณมีความรู้รึเปล่า”
       เริ่มลงทุนหลักพันคุณทำได้ “ต่อให้คุณมีเงินเป็นร้อย เป็นพันล้าน ถ้าคุณไม่มีความรู้ มีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก สิ่งสำคัญที่สุด ถ้าคุณไม่มีความรู้ก็อย่าเอาเงินไปเททิ้ง”
       เมื่อมีความรู้แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก่อนที่จะเป็นนักลงทุนได้คือ การปล่อยวางความกลัว และสร้างความกล้าหาญให้แก่ตัวเอง หลายคนอาจคิดว่าตลาดหุ้นเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูง ฉะนั้นเราต้องศึกษาว่าตัวเองกลัวอะไร กลัวเพราะไม่รู้ใช่ไหม เมื่อไม่รู้ต้องทำให้รู้แล้วเราก็จะไม่กลัวมัน เราต้องเดินหน้าและสร้างความกล้าหาญที่จะฝึกทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อเอาชนะและก้าวข้ามความกลัวไปให้ได้
       

       ขั้นตอนทำกำไรแบบมืออาชีพ

       เมื่อขจัดความกลัว และสร้างพลังให้แก่ตัวเองได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือคุณต้องวิเคราะห์การลงทุนในตลาดว่าตลาดไหนสร้างผลประโยชน์ให้เราได้มากที่สุด “ถ้าเราไม่รู้ว่าเมื่อลงทุนแล้วจะคุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนไปไหม มันย่อมไม่ดี”
       สิ่งที่เราต้องวิเคราะห์เพื่อเริ่มการลงทุน คือ 1.ตลาด ตลาดหลักทรัพย์มีทั่วโลกเลย แล้วตลาดไหนดี 2.การทำกำไร ต้องใช้กลยุทธ์ในการทำกำไรแบบไหน เราจะป้องกันความเสี่ยงในการทำกำไรได้อย่างไร และ 3.จากนั้นเราจะมีการวางแผนจัดการทางด้านการเงินอย่างไรให้ทำกำไรได้ดีที่สุด ซึ่งทุกอย่างล้วนมีขั้นตอนทั้งหมด
       “ส่วนใหญ่คนที่มาเรียน เขาอยากรู้ว่าการเริ่มนับ 1 ต้องทำยังไงถ้านับ 1 ได้ 2 3 4 5...มันก็ไม่ได้เป็นปัญหา ถ้ายังไม่มีความรู้พื้นฐาน จึงต้องสอนตั้งแต่เริ่มต้น หุ้นคืออะไร ตลาดหุ้นมีอะไรบ้าง แล้วเราจะมาดูว่านักเรียนแต่ละคนเหมาะกับการเป็นนักเก็งกำไรมืออาชีพ หรือเหมาะที่จะเป็นนักลงทุนมืออาชีพ”
       “นักเก็งกำไรมืออาชีพ คือคนที่แสวงหาโอกาส เมื่อมีโอกาสมีอีเวนต์ต่างๆ เข้ามา ปกติเราจะลงทุนโดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน และการดูกราฟ สองสิ่งนี้บ้านเราใช้มานานแล้ว อย่าง จอร์จ โซรอส นักเก็งกำไรระดับโลก เขาจะมองหาโอกาส อีเวนต์หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทำกำไร เช่น ที่ผ่านมาเกิดหุ้นร่วงหนักๆ แสดงว่าสภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ทองขึ้นเพราะอะไร ทุกอย่างเขาเรียกว่าเหตุการณ์ทั้งหมด ถ้าเราจับเหตุการณ์พวกนี้ได้ เราสามารถใช้เงินแค่นิดเดียว สร้างเงินได้อย่างมหาศาล นี่แหละเรียกว่านักเก็งกำไร”
       เมื่อมีโอกาสสามารถทำเงินได้มากมายมหาศาล ถ้าจับจังหวะตลาดได้ด้วยความรู้อย่างมืออาชีพจริง และถ้าวันนี้สามารถสร้างเงินได้มากที่สุด แต่ถ้าบริหารความเสี่ยงไม่เป็นก็ไม่มีประโยชน์ ฉะนั้นการทำกำไรจึงเป็นความท้าทายของนักเล่นหุ้นมืออาชีพ
       

       ตลาดหุ้น ตปท. กำไรสูง ความเสี่ยงต่ำ

       “ง่ายที่สุด ปลอดภัยที่สุด และสร้างผลตอบแทนได้มากที่สุด” เป็นประเด็นหลักให้เธอตัดสินใจลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งมีข้อดีหลายปัจจัยที่นักลงทุนหลายคนมองข้าม
       “ถ้าการลงทุนในตลาดทั่วๆ ไป เขาจะมีการกำหนดจุดทำกำไรต่างๆ ไว้ เช่น ทำกำไรสูงสุดต่อวันได้ 30% นะ แต่ในอเมริกาเขาไม่จำกัดเพดานกำไร สามารถทำกำไรได้สูงสุดเท่าที่ศักยภาพที่คุณมี และมีข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ ตลาดหุ้นในต่างประเทศมี Stop loss คือการตัดขาดทุนแบบอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องนั่งเฝ้า เช่น คุณลงทุนไป 100 บาทแล้วบอกว่าสามารถรับความเสี่ยงได้ 10 บาท คุณซื้อหุ้นที่ 100 ตั้ง Stop loss ที่ 90 เลย ถ้าหุ้นตกมาถึง 90 ปุ๊บ ระบบจะออโตรันตัดขาดทุนอัตโนมัติทันที ทำให้เราสามารถจำกัดการขาดทุนได้”
       “ไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง เราต้องมีกลยุทธ์ในการทำกำไร ปีนี้เป็นปีทองมันจะมีโอกาสเหตุการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ5 ปี ขณะที่ทุกคนกำลังวิตกจริตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่เรามีโอกาสทำกำไรได้มาก เพราะเมื่อหุ้นร่วงหนักทุกคนกำลังกลัว แล้วคุณจะพลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสได้ยังไง เราต้องเป็นคน 5% ไม่ใช่คน 95% คน 95% จะมองเห็นแต่วิกฤตเยอะแยะไปหมด แต่คน 5% เท่านั้นในตลาดหุ้นที่สามารถทำกำไรได้ คือต้องมองหาโอกาสในวิกฤตนี้ให้เจอ แล้วคุณจะเป็นผู้สร้างความมั่งคั่งคนใหม่”
       ข้อจำกัดของคนเล่นหุ้นคือ ความโลภ คนเราเล่นหุ้นก็ต้องอยากรวย เมื่ออยากรวยจึงต้องรู้ว่าทำกำไรอย่างไรให้ฉลาดที่สุด คือได้ผลตอบแทนสูงที่สุด ความเสี่ยงต่ำที่สุด นั่นแหละคือคีย์ของตลาดหุ้น ดังนั้นจึงต้องบริหารความเสี่ยงเพื่อให้ขาดทุนน้อยที่สุด
       

       หุ้นไอทีทำเงิน

       ที่ผ่านมามีช่วงหนึ่งที่คนแห่ซื้อทองอย่างหนัก นักลงทุนหวังเก็งกำไรจากทองคำ แต่จริงๆ แล้ว หุ้นที่คนนิยมเล่น ไม่จำเป็นต้องทำเงินเสมอไป เธอจึงแนะนำหุ้นที่น่าสนใจในตลาดอเมริกาหลาย Sectorและที่น่าจับตามองคือกลุ่มไอที เทคโนโลยี เนื่องจากโลกปัจจุบันอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสารนั่นเอง
       “พอมี iPadออกมา แสดงว่าหุ้นของมันอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง เราก็มีโอกาสทำกำไรได้แล้ว แต่หุ้นไอทีไม่ได้มีเพียงตัวเดียว ถ้าคิดในปีหนึ่งเขาผลิตสินค้าใหม่ 1ตัวต่อบริษัท มันจึงทำกำไรได้เยอะมากและง่ายที่สุดด้วย”
       หุ้นกลุ่มไหนได้ผลตอบแทนสูง นักเล่นหุ้นก็แย่งกันลงทุน เมื่อหุ้นร่วงจึงไม่ต่างอะไรกับ “แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ” ซึ่งยุ้ยให้ข้อคิดตรงนี้ว่า “เราต้องใช้จิตวิทยาในการลงทุน ลงทุนในสิ่งที่ต่างจากคนอื่นทำ มองและคิดหลายชั้นในหตุการณ์ที่เจอว่าเราจะทำกำไรจากเหตุการณ์นั้นได้อย่างไร จะลงทุนกลุ่มไหนก็ต้องอินเทรนด์ตามเหตุการณ์ปัจจุบันด้วย ตลาดเปลี่ยน โลกเปลี่ยน เราต้องเปลี่ยนให้ทันโลก”
       “มีคนเคยบอกว่าตลาดหุ้นไม่เคยเปลี่ยน แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือนักลงทุน กับราคาทุนที่เปลี่ยนแปลงไป และตลาดหุ้นจะอยู่กับเราเสมอ เพราฉะนั้นคนที่ลงทุนในตลาดหุ้น สามารถหาเงินได้ตลอดทั้งชีวิต เพราะตลาดหุ้นมีทุกวัน และมีไปตลอดด้วย ตลาดหุ้นไม่มีเอาต์มีแต่อินเทรนด์ตลอด


ที่มา http://www.manager.co.th

เล่นหุ้นออนไลน์ เริ่มยังไงดี ?

เล่นหุ้นออนไลน์ เริ่มยังไงดี ?

เชื่อว่าหลายๆ คนที่กำลังตัดสินใจลงทุนในหุ้น ก็คงมีไม่น้อยที่สนใจการ เล่นหุ้นออนไลน์ แต่ก็ยังงงๆ อยู่ว่า การเล่นหุ้นออนไลน์ เป็นยังไง ต้องมีเงินเท่าไร แล้วจะเล่นหุ้นออนไลน์ผ่านทางไหนได้บ้าง ….

  • ประเภทที่หนึ่งบัญชีเงินสด หรือ Cash Account
  • ประเภทที่สองบัญชีแคชบาลานซ์ หรือ Pre-paid หรือ Cash Deposit
  • ประเภทสุดท้ายบัญชีมาร์จิ้น หรือ บัญชีเครดิตบาลานซ์
  • บัญชีเงินสด หรือ Cash Account นั้นเราจะต้องวางเงินไว้เป็นหลักประกัน 15% ของจำนวนเงินที่ต้องการเทรด นั่นก็คือ ถ้าเราต้องการซื้อหุ้น 10,000 บาท เราต้องมีเงินฝากในบัญชีที่โบรกเกอร์ไว้ก่อนที่จะเทรด 1,500 บาท และอีก 3 วันเราก็ค่อยจ่ายส่วนที่เหลือ
  • ส่วนบัญชีแคชบาลานซ์ หรือ Pre-paid เราจะต้องวางเงินไว้เป็นหลักประกัน 100% ของจำนวนเงินที่ต้องการเทรด ก็คือ ถ้าเราต้องการซื้อหุ้น 10,000 บาท เราก็จะต้องฝากเงินที่โบรกเกอร์ 10,000 บาท 
  • บัญชีเครดิตบาลานซ์ ซึ่งเป็นบัญชีที่เราสามารถกู้ยืมเงินกับโบรกเกอร์เพื่อนำไปซื้อหุ้นได้ โดยใช้หุ้นที่มีอยู่ในพอร์ตของเราเป็นหลักประกัน ทั้งนี้เงื่อนไขการให้กู้ยืมของแต่ละโบรกเกอร์ก็จะแตกต่างกันไป
เล่นหุ้นออนไลน์ เริ่มยังไงดี ?
เล่นหุ้นออนไลน์ เริ่มยังไงดี ?
  • ดัชนีตลาด,
  • ข้อมูลหุ้น/อนุพันธ์
  • าคา Bid/Offer
  • ข้อมูล Ticker
  • Volume by Price
  • Intraday Chart
  • ข่าวหุ้น/อนุพันธ์รายตัว




ก่อนที่จะเริ่ม เล่นหุ้นออนไลน์ …. เราก็ต้องเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นกับบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์กันก่อน … แล้วบัญชีที่เปิดเพื่อเล่นหุ้นออนไลน์ มีกี่ประเภทกันล่ะ… บัญชีสำหรับเล่นหุ้นออนไลน์นั้นมีทั้งหมด 3 ประเภท
แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละโบรกเกอร์ด้วยว่าจะเปิดให้บริการออนไลน์ทางบัญชีไหนบ้าง … เพราะบางโบรกเกอร์ก็จะให้เปิดบัญชีแบบ Cash Balance ได้แบบเดียวสำหรับการเล่นหุ้นออนไลน์ แต่บางโบรกเกอร์ก็ให้เปิดได้ทุกประเภท
ซึ่งบัญชีแต่ละแบบจะมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน โดย
สำหรับเครื่องมือและโปรแกรมที่ใช้ในการ เล่นหุ้นออนไลน์ ที่เราจะต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ Tablet หรือ Smart Phone ตามแต่ที่เราจะชอบและสะดวกใช้งาน เพราะปัจจุบันนี้ตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัท Settrade ได้พัฒนาโปรแกรมให้มีความสามารถรองรับการทำงานได้หลายรูปแบบ นั่นก็คือ โปรแกรม Streaming ซึ่งจะมีทั้งสำหรับ ไอโฟน ไอแพด แอนดรอย หรือจะเป็น smart phone ยี่ห้ออื่นๆ ก็สามารถเล่นหุ้นออนไลน์ได้ ซึ่งโปรแกรม Streaming นั่นเป็นโปรแกรมที่ซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์แบบ Multi-Market ใช้งานง่าย รวดเร็วด้วยระบบสัมผัสหน้าจอ อีกทั้งเราสามารถติดตามความเคลื่อนไหวสภาวะการของตลาดที่ส่งมาโดยตรงจากตลาดหลักทรัพย์และตลาดอนุพันธ์
ถึงแม้ว่าโปรแกรม Streaming ที่ใช้สำหรับไอโฟน ไอแพด แอนดรอย จะมีฟังก์ชั่นในการทำงานหรือลูกเล่นบางอย่างที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่ฟังก์ชั่นหลักๆ ที่ใช้สำหรับการเล่นหุ้นออนไลน์นั้นก็จะคล้ายกัน ได้แก่ การแสดงข้อมูล การส่งคำสั่งซื้อขาย และการแจ้งเตือนต่างๆ โดยเราจะเริ่มที่การแสดงข้อมูลกันก่อน ก็แบ่งได้เป็น ข้อมูลตลาดจะแสดงข้อมูลภาพรวมของตลาดแบบ Real-time ซึ่งประกอบไปด้วย
ซึ่งเราสามารถที่จะเลือกเฉพาะหุ้นที่เราสนใจ ดัชนีตลาดที่เราต้องการ เช่น SET100 SET50 SETHD หรือจะดูราคา Bid/Offer ของหุ้นที่เราสนใจเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจซื้อขายก็ได้ด้วย หรือจะเป็นการดูข้อมูลพอร์ตหุ้นของเราที่มีอยู่ทั้งหมดก็ได้
ส่วนของการส่งคำสั่งซื้อขายนั้นเราก็สามารถเลือกเปลี่ยนบัญชีได้ ในกรณีที่เรามีบัญชีมากกว่า 1 บัญชีใน โบรกเกอร์เดียวกัน โดยในส่วนนี้เราจะเห็นข้อมูลบัญชีของเราทั้งหมดว่าเลขที่บัญชีอะไร วงเงินเท่าไร ประเภทบัญชีอะไร ชื่อบัญชีอะไร เพื่อป้องกันการผิดพลาดในการเลือกบัญชีเพื่อส่งคำสั่ง โดยในส่วนนี้เมื่อเราส่งคำสั่งไปแล้วเราสามารถเห็นสถานะการจับคู่ของคำสั่งที่เราส่งไปแล้ว และสุดท้ายคือการแจ้งเตือนต่างๆ ที่โปรแกรมมีให้ เช่น การแจ้งเตือนเมื่อมีข่าวใหม่เกี่ยวกับหุ้นที่เราต้องการ หรือการแจ้งเตือนเมื่อหุ้นที่เราเลือกมีราคาได้ระดับที่เราต้องการ
ที่มา https://moneyhub.in.th

3เว็ปฝึกเทรดหุ้น สุดเจ๋ง!!

3เว็ปฝึกเทรดหุ้น สุดเจ๋ง!!


หลังจากเรียนรู้เทคนิคการวิเคราะห์กราฟกันไปแล้วมากมาย ก่อนลงสนามจริงเรามาลองซ้อมมือกันหน่อยดีกว่ามั้ย กับ 3 เว็ปฝึกเทรดหุ้น สุดเจ๋ง!! ไม่ว่าจะลองเทรดวัดฝีมือ หรือจะลองทดสอบ algorithm ของคุณก็ได้ไปดูกัน
เว็ปแรก Chartgame.com
เป็นของต่างประเทศ ทางเว็ปจะให้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 10,000 เหรียญ แล้ว Rendom กราฟออกมาให้ทดลองฝึกเทรด และเก็มสถิติตลอดจนจบเกมส์ โดยเราสามารถเลือกใช้ Indicator พื้นฐานต่างๆร่วมในการวิเคราห์ได้ด้วย แต่น่าเสียดายตรงที่มีแค่ Indicator พื้นฐานเท่านั้น(น้อย)แถมไม่สามารถลากเส้น Trend Line ตี Fibo หรืออะไรได้เลย เข้าไปลองกันได้ที่ลิงค์ http://chartgame.com/
3 เว็ปฝึกเทรดหุ้น สุดเจ๋ง (4)
เว็ปที่สอง Tradeaminute.com
เป็นเว็ปของต่างประเทศเช่นกัน เราสามารถเล่นเก็บเงินสร้างพอร์ท เสมือนจริงกันเลยทีเดียว โดยเริ่มต้นทางเว็ปจะจำลองเกมส์โดยให้เงินทุนเรา 20,000 เหรียญนี้แหละ แต่ข้อดีก็มีคือจะมีติวเตอร์แถมให้เราด้วย หลังจากจบการเทรดว่า ควรทำ mm ดีไหม๊ การตั้ง position sizing ดีแล้วหรือยัง หรือการรันเทรนเราเป็นงัยบ้าง เหตุผลที่เข้าทุกครั้งจะถูกบันถึก จนเราสามรถทดลองสร้างระบบ ได้เลยทีเดียว แต่ข้อเสียคือ มันไม่ใช่หุ้นไทย พฤติกรรมคงไม่เหมือนกันสักเท่าไร แถมพวกเครื่องมือต่างๆ Indy การลากเส้น Trand Line เล่นแล้วไม่ค่อยโอเครเท่าไร แต่โดยรวมก็ดีไปอีกแบบ เข้าไปลองกันได้ที่ลิงค์ https://app.tradeaminute.com/
3 เว็ปฝึกเทรดหุ้น สุดเจ๋ง (2)
เว็ปสุดท้าย Bidschart.com
อันนี้เหมียวขอนำเสนอเลยเว็ปไซด์ฝีมือคนไทย เป็นเว็ปรวมทุกอย่างเกี่ยวกับหุ้นในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นกราฟราคา ข่าวสาร งบการเงิน บทวิเคราะห์ เรียกว่าครบเครื่องเลยทีเดียว ส่วนทีเด็ดที่อยากนำเสนอเลยคือ เกมส์จำลองการเล่นหุ้น ให้ได้ทดสอบฝีมือกัน ตัวเกมส์ทางเว็ปจะให้เงินทุนเริ่มต้นที่ 100,000 บาท พร้อม Indicator และเครื่องมือเพียบ ค่อนข้างครบทีเดียว แถมยังมีระบบ Ranking เก็บข้อมูลสถิติต่างๆของเราเทียบกับผู้เ่นคนอื่นอีกด้วย แต่ใครจะเล่นเกมส์ของทาง Bidchart ต้องสมัครสามชิกก่อนสามารถใช้ Id facebook สมัครได้เลย  เข้าไปลองกันได้ที่ลิงค์ http://bidschart.com/game ปล. มี app มือถือด้วยนะเออ
3 เว็ปฝึกเทรดหุ้น สุดเจ๋ง (3)
ปล.ด้วยความเป็นห่วง อย่าลืมว่า เกมส์มีไว้เล่น มีไว้ทดสอบ มีไว้ซ้อมมือ ถ้าอยากเก่ง อยากสำเร็จ ต้องหัดในสนามจริง คุณอาจจะชนะในเกมส์ แต่ในโลกแห่งความจริงอาจไม่เป็ยอย่างนั้น อย่าลืมความเสี่ยงเป็นอันขาดนะครับ
ที่มา http://www.meawbininvestor.com 

หุ้นคืออะไร? เรื่องง่ายๆ ที่นักลงทุนมือใหม่ต้องรู้

หุ้นคืออะไร? เรื่องง่ายๆ ที่นักลงทุนมือใหม่ต้องรู้

หุ้นคืออะไร? ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆ นะครับ เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงเคยได้ยินหรืออาจจะพอรู้มาบ้างแล้วเกี่ยวกับการ “เข้าหุ้น” กันเปิดร้านค้าร่วมกันกับเพื่อนฝูง ตลอดจน “รวมหุ้น” กันทำธุรกิจต่างๆ ว่ามันก็คือการเอาเงินหรือสินทรัพย์มาลงขันร่วมลงทุนกัน และแต่ล่ะหุ้นส่วนก็มีสิทธิเป็น “เจ้าของร่วม” ตามแต่สัดส่วนของเงินลงทุนนั้น ถ้าร้านค้านั้นๆ หรือธุรกิจนั้นๆ มีกำไรเราก็จะได้ส่วนแบ่งจากกำไรของธุรกิจนั้นด้วย อาจจะมาในรูปของเงินสดหรือเงินปันผลก็แล้วแต่ว่า ตกลงกันไว้ในตอนแรกอย่างไร และในทางกลับกันหากเกิดการขาดทุน เราซึ่งเป็นผู้ร่วมหุ้นก็ขาดทุนไปด้วยเช่นกันครับ 
หุ้น
การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ที่เกิดจากการซื้อขายของนักลงทุนในตลาดหุ้น
หุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ หรือที่รู้จักกันดีในนามตลาดหุ้น ก็เช่นกันครับ เพียงแต่บริษัทที่เราเข้าไปร่วมหุ้นด้วยเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งมีเสนอขาย “หุ้น” ของตัวเองให้แก่ประชาชนทั่วไปผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ ที่มีการควบคุมโดยหน่วยงานของตลาดหลักทรัพย์อีกที เพื่อไม่ให้เกิดการโกงกันเกิดขึ้นครับ
เงินที่ได้จากการขายหุ้นให้ประชานชนทั่วไป ทางบริษัทก็จะนำเงินดังกล่าวนั้นไปลงทุนในกิจการของบริษัทเอง และก็เช่นเดียวกันกับการร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ หากธุรกิจนั้นๆ มีกำไรเราก็จะได้ส่วนแบ่งจากกำไรของธุรกิจนั้นด้วย อาจจะมาแบบเงินปันผล หรือบางบริษัทก็มีนโยบายในการนำผลกำไรที่ได้มาจ่ายปันผลส่วนหนึ่ง อีกส่วนนำกลับไปลงทุนเพื่อขยายกิจการเพิ่มอีกซึ่งก็จะทำให้มีธุรกิจการเติบโตขึ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งก็ทำให้ผู้ที่ถือหุ้นอยู่มีกำไรมากขึ้นจากส่วนต่างของราคาหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยครับ และในทางกลับกันหากเกิดการขาดทุน เราซึ่งเป็นผู้ร่วมหุ้นก็ขาดทุนไปด้วยเช่นกันครับ

การซื้อหุ้นกับบริษัทในตลาดหุ้น ดีกว่าการร่วมหุ้นกันเองทั่วไปอย่างไร

  • การโกงทำได้ยาก หรือมีโอกาสน้อยกว่า เนื่องจากมีการควบคุมโดยหน่วยงานของตลาดหลักทรัพย์อีกที
  • ได้ลงทุนกับธุรกิจที่มีความมั่นคงกว่า บริษัทในตลาดหุ้น เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ดังนั้นแม้ภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ ก็มีโอกาสรอดรวมถึงได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐหรือธนาคารมากกว่า ร้านค้าหรือธุรกิจขนาดเล็กทั่วไป
  • มีสภาพคล่องสูงกว่า หมายความว่าหุ้นสามารถเปลี่ยนกับมาเป็นเงินได้เร็วกว่า หากมีความจำเป็นต้องใช้เงิน หรือเห็นว่าต้องการถอนหุ้น ก็สามารถขายหุ้นในตลาดได้ทันที
  • เราไม่ต้องบริหารธุรกิจเองเหมือนการร่วมหุ้นกับเพื่อน ถึงแม้ว่าบางทีร่วมหุ้นกับเพื่อนเราลงเงินเฉยๆ ไม่ได้บริหารเองก็ตามที แต่เมื่อเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดหุ้น ที่เขามีผู้บริหารตลอดจนทีมงานฝีมือดีๆ มาดูแลแทนให้แล้ว ผมว่ามันอุ่นใจกว่ากันเยอะ 
ที่มา http://www.stocktipsdd.com

เงินน้อยควรลงทุนหุ้นประเภทไหนดี

เงินน้อยควรลงทุนหุ้นประเภทไหนดี?

เงินน้อยควรลงทุนหุ้นประเภทไหนดี? คำถามแนวนี้ เป็นคำถามหนึ่งที่ผมมักจะเจอบ่อยๆ ต้องขอตอบตรงๆ ว่า สามารถลงทุนหุ้นได้ทุกประเภท ทุกตัวเลยครับ  ไม่ว่าเพื่อนๆ จะมีเงินเท่าไหร่ก็ตามครับ

ในการจะเริ่มลงทุนในหุ้นนั้น เงินเดือน หรือรายได้ ของเพื่อนๆ จะเท่าไหร่ไม่สำคัญ แต่มันสำคัญตรงที่ว่า เราจะจัดสรรแบ่งเงินเหล่านั้นมาลงทุนได้อย่างไร จะทำให้มันงอกเงยมากขึ้นได้อย่างไรตากหาก จริงมั้ยครับ


เรามาดูกันดีกว่าว่าพอจะมีลู่ทางใดบ้าง ที่จะทำให้เริ่มเล่นหุ้นได้แม้จะด้วยทุนที่ไม่มากนักก็ตาม

สำหรับท่านที่มีทุนเริ่มต้นน้อย ผมขอแนะนำหลักการง่ายๆในการลงทุนหุ้นที่เหมาะสมกับทุนทรัพย์ของเพื่อนๆ ดังนี้ครับ

เล่นหุ้น สะสมหุ้น ให้เหมือนกับฝากประจำ

ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ทำงานและคิดจะเก็บเงินก็น่าจะมีการฝากเงินและก็น่าคุ้นเคยกับการฝากประจำเป็นอย่างดี ซึ่งธนาคารเขาก็มีดอกเบี้ยให้ แต่มันก็น้อยนิดจนบางทีเงินมันก็โตหนีเงินเฟ้อไม่ไหว
ดังนั้นแทนที่จะสะสมเงินกินดอกเบี้ยเราลองเปลี่ยนมาสะสมหุ้นกินปันผลกันดีกว่า เงินเราโตได้ดีกว่า และก็เอาชนะเงินเฟ้อได้อย่างแน่นอน
ส่วนวิธีการก็ แบ่งเงินเดือนของเพื่อนๆ ออกมาบางส่วนโอนเข้าบัญชีหุ้น ที่เราเปิดกับโบรกเกอร์ต่างๆ (ถ้าโอนเข้าไปแช่ไว้แต่ยังไม่ได้ซื้อหุ้นอะไร ก็ไม่ต้องกลัวว่าเงินเราจะเข้าไปแช่เฉยๆ เพราะโบรกเขาก็มีดอกเบี้ยให้เหมือนกันครับ  )
พอโอนเข้าไปแล้ว มีวิธีสะสมหุ้นอยู่สองแบบให้เลือกตามด้านล่างเลยครับ
  • วิธีแรก สะสมเงินไว้ทุกเดือน เดือนล่ะเท่าๆ กัน แล้วรอซื้อหุ้นที่เราหมายตาไว้ทีเดียวเลย ในช่วงที่ราคามันปรับตัวลงแรง แต่ต้องลงชั่วคราวแบบที่พื้นฐานหลักมันไม่เปลี่ยนนะครับตัวอย่างสมมติ เช่น หุ้นค้าปลีกตกชั่วคราวเพราะนักลงทุนบางส่วนกังวลว่าลูกค้าจะลดลงเพราะน้ำท่วม แบบนี้เราก็เข้าเก็บได้เพราะว่าหลังน้ำท่วม คนก็ยังต้องกินต้องใช้ ยังไงคนก็ต้องกลับมาจับจ่ายใช้สอยสร้างรายได้ให้กับหุ้นค้าปลีกของเราเหมือนเดิม เป็นต้น 
    ส่วนใหญ่ในหนึ่งปี มักจะมีช่วงที่หุ้นลงแรงๆ อยู่ 2 ถึง 3 ครั้ง เพียงแต่เราหาโอกาศเข้าเก็บหุ้นช่วงนั้นให้ได้ เราก็จะได้หุ้นที่มีต้นทุนต่ำที่พร้อมจะทำกำไรให้เราในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนแล้วครับ
  • วิธีที่สอง ซื้อหุ้นตัวที่เราหมายตาไว้ทุกเดือนเลยโดยไม่ต้องสนราคาว่าจะเป็นเท่าไหร่ เพียงแค่เราซื้อสะสมเก็บเข้าพอร์ตเรื่อยๆ เป็นประจำทุกเดือน วิธีการนี้มีข้อแม้อยู่ว่า เราจะต้องเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตไปเรื่อยๆ ในระยะยาวเท่านั้น เพราะมันจะทำให้เงินทุนของเราสามารถโตได้ในระยะยาวด้วยเช่นกัน สำหรับเพื่อนที่สนใจวิธีสะสมหุ้นแบบทะยอยสะสมทุกเดือนแบบนี้ ผมแนะนำให้เข้าไปดูแนวทางการลงทุนที่ชื่อว่า 7thLTG ที่ Blog ของ คุณสุมาอี้ นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ ครับ รับรองไม่ผิดหวัง ทั้งง่าย และทำได้จริง แน่นอน 

ซื้อหุ้นให้เหมือนกับเราเข้าไปซื้อกิจการ หรือเหมือนกับเข้าหุ้นกับเพื่อน

อันนี้ง่ายๆ เลย ด้วยแนวคิดนี้มันจะทำให้เรารู้สึกเป็นเจ้าของร่วมจริงๆ และถือเป็นหลักการพื้นฐานของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า(VI) ก็ว่าได้ครับ
โดยก่อนเข้าไปซื้อหุ้นนั้นๆ เราก็ควรจะต้องรู้ให้ครบเสียก่อนว่า หุ้นของบริษัทที่เราจะซื้อ เขาทำมาค้าขายอะไร ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ลูกค้าเขาเป็นใคร ตลาดที่ทำธุรกิจอยู่แข่งกันดุเดือดไหม เขาเป็นเบอร์ที่เท่าไหร่ของตลาดนั้น รายรับเป็นอย่างไร รายจ่ายเป็นอย่างไร มีกำไรต่อเนื่องหรือเปล่า และสุดท้ายตัวผู้บริหารซื่อสัตย์ไหม พูดอะไรไว้ สัญญาอะไร ทำได้อย่างนั้นหรือเปล่า อันนี้ก็สำคัญเช่นกัน
ถ้าหากเป็นร้านค้า หรือธุรกิจพวกบริการ ถ้ามีสาขาอยู่ใกล้บ้านเราก็อาจจะแอบเข้าไปสำรวจซะหน่อย  ว่าคนเข้าใช้บริการเยอะไหม คนใช้แล้วประทับใจบ้างหรือเปล่า
ทำเหมือนกับเป็นธุรกิจของเราจริงๆ เราจะซื้อกิจการจริงๆ ซึ่งมันจะทำให้เราได้ข้อมูลได้อย่างครบถ้วนว่าเราควรจะร่วมหัวจมท้ายกับเจ้าหุ้นตัวนี้ แบบระยะยาว ดีหรือเปล่า 
อย่ากังวลไปเลยครับว่าทุนน้อยแล้วจะลงทุนหุ้นไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าเราตั้งใจจะทำมันจริงๆ
บ้างท่านถึงเงินทุนจะน้อย แต่ได้มีการแบ่งเงินมาสะสมหุ้น เริ่มลงทุนกันแต่เนิ่นๆ จากทุนน้อย เริ่มจากรายย่อยธรรมดา ก็ขยับขยายกลายมาเป็นรายใหญ่ มีกำไรอย่างยั่งยืนในตลาดหุ้น ก็มีให้เห็นกันมานักต่อนักแล้วครับ ดังนั้นอย่ามัวแต่สงสัยอยู่เลย มาเริ่มต้นลงทุนในหุ้นตั้งแต่วันนี้ กันดีกว่าครับ 

ที่มา http://www.stocktipsdd.com

เป้าหมายในการลงทุนในหุ้นของคุณคืออะไร?

เป้าหมายในการลงทุนในหุ้นของคุณคืออะไร?

การเล่นหุ้นแบบเอามันไปวันๆ ไม่มีเป้าหมาย มันก็จะทำให้พอร์ตการลงทุนของเราขึ้นๆ ลงๆ สะเปะสะปะไร้ทิศทาง
ดังนั้นการจะลงทุนหุ้นให้ประสบผลสำเร็จ เพื่อนๆ ต้องตั้งเป้าหมายของตัวเองก่อน ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า
เป้าหมายในการลงทุนหุ้นของเราคืออะไร?
ซึ่งเป้าหมายอาจจะแตกต่างไปตามความต้องการในการใช้ชีวิตในแต่ล่ะคน แต่ล่ะคนก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีเป้าหมายของตัวเองแล้ว ก็ไม่ว่ากัน ลุยไปสู่เป้าหมายกันได้เลย 🙂
ส่วนท่านที่ยังไม่มีผมอยากให้ลองตั้งเป้าหมายเบื้องต้นตามด้านล่างนี้นะครับ ผมก็ตั้งเป้าไว้แบบนี้เหมือนกัน :mrgreen:
(จะปรับตัวเลขให้มากหรือน้อยกว่านี้ได้ตามความพอใจ หรือให้เพียงพอตามสไตล์การใช้ชีวิตของเพื่อนๆ ได้เลยครับ)

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมาย

เป้าหมาย: มีเงินออม 20 ล้านบาท จากการลงทุนระยะยาวในหุ้น 15 ปี ทำให้อยู่ได้โดยไม่ต้องทำงาน
    • ทำไมต้อง 20 ล้านบาท? การมีเงินออม 20 ล้านบาท ถ้าคิดแค่ฝากธนาคารกินดอกเบี้ย 3% ต่อปี เราก็จะได้ดอกเบี้ยประมาณ 510,000 บาทต่อปี หรือมีเงินใช้สี่หมื่นกว่าบาทต่อเดือน ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้ได้ เพียงพอที่จะอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงานแล้ว
Calculating Interest
คำนวนดอกเบี้ยเงินฝากประจำ
    • ทำไมต้องลงทุนระยะยาวในหุ้น? การลงทุนระยะยาวในหุ้นก็ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าให้ผลตอบแทนที่แน่นอนและให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนอย่างอื่นค่อนข้างมาก ลองอ่านดูได้ที่นี่ 30 ปี ลงทุนในสินทรัพย์ไทย ประเภทใดให้ผลตอบแทนสูงสุด  หรือดูตามตารางด้านล่าง (ทีมา Thailand Securities Institute (TSI))
อัตราผลตอบแทนของหุ้น พันธบัตร และเงินฝาก 1999-2006
อัตราผลตอบแทนของหุ้น พันธบัตร และเงินฝาก 1999-2006
  • ทำไมต้อง 15 ปี? คนส่วนใหญ่ล้มเหลวเพราะต้องการรวยแบบรวดเร็วข้ามคืน ซึ่งมันเป็นไปได้ยาก ระยะเวลา 15 ปีผมว่ามันเป็นระยะเวลาที่ยาวเพียงพอที่จะทำให้ผลตอบแทนทบต้นจากการลงทุนหุ้นของเรามันแสดงผลอย่างเต็มที่ ไม่ถึงกับขนาดต้องลงทุนเก่งกาจอะไรมาก เพียงแต่เราต้องมุ่งมั่นและสม่ำเสมอเท่านั้นเอง (บางทีหากเราเข้าลงทุนในช่วงเวลาที่ตลาดเป็นใจก็อาจไม่ต้องรอนานมาก แค่ 5 ปี หรือ 10 ปี ก็อาจจะมีเศรษฐีใหม่มาให้เห็นกันแล้ว 🙂 )
เมื่อเรามีเงินถึง 20 ล้านบาท ก็ไม่จำเป็นต้องฝากกินดอกเบี้ยอย่างเดียวก็ได้ สามารถเอาไปเก็บหุ้นปันผลดีต่อก็จะทำให้เรามีเงินปันผลเข้าบัญชีทุกปีเหมือนกัน แถมยังมีส่วนต่างราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นเป็นของแถม หากหุ้นที่เราเลือกมีการเติบโตไปเรื่อยๆ อีกด้วย

เริ่มตั้งเป้าหมาย แล้วเรามาลุยไปให้ถึงพร้อมๆ กันนะครับ

ที่มา http://www.stocktipsdd.com

บทความที่ได้รับความนิยม